อัพเดทเชียงคาน

พายุทราย พรายทะเล / 26/04/2019 14:39:26


 

อัพเดตเชียงคาน

ก่อนสาง ไก่บ้านตัวแรกส่งเสียงขัน จากนั้นก็สอดประสานกันเป็นช่วงๆ จากบ้านหนึ่งสู่บ้านหนึ่ง จากตัวหนึ่งถึงตัวหนึ่ง เป็นเสียงนาฬิกาปลุกชั้นดีที่ไพเราะที่สุดเสียงหนึ่งของโลก ส่วนกลิ่นฟืนฟางจากครัวเรือนริมน้ำเป็นอีกหนึ่งวิถีของคนชนบท พอฟ้าเริ่มสางกลิ่นฟืนเปลี่ยนเปลี่ยนกลิ่นข้าวสุกหอมกรุ่น พระสงฆ์และสามเณรห่อคลุมจีวร ก้าวเท้าออกจากวัดด้วยกริยาสงบงาม มนุษย์ผู้ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ รอพระเพื่อใส่บาตรริมถนนเลียบน้ำโขงซึ่งแวดล้อมไปด้วยบ้านไม้เก่าสองชั้น นี่คือภาพยามเช้าเมืองเชียงคาน เป็นภาพมีมาแต่บรรพบุรุษ ถึงวันนี้ยังเห็นแบบนั้นเป็นแบบนั้น ไม่เคยเปลี่ยนไป ไม่เคยเปลี่ยนแปลง ตราบที่พุทธศาสนิกชนคนพุทธยังนับถือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า





คนเชียงคานบางส่วนมีเชื้อสายหลวงพระบาง การตักบาตรข้าวเหนียวป็นวิถีหนึ่งที่คล้ายคลึงกันกับคนหลวงพระบาง มีต่างกันอยู่บ้างตรงที่ทุกวันนี้มีการใส่บาตรกับข้าว แต่ก่อนใส่เฉพาะข้าวเหนียวเท่านั้น อันนี้เข้าใจว่ามาจากคนเมืองหรือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาพักในเชียงคาน

สะพานเลียบโขงยามเช้า คนเดินได้หมาก็เดินได้ไม่มีข้อห้ามใดๆ สำหรับหมา



คนเชียงคานส่วนหนึ่งยังออกเรือหาปลา ยังศรัทธาในลำน้ำโขง


ส่วนเสียงจากกลุ่มชนคนเมืองที่ด่าว่าเชียงคานในกรณีเชียงคานเปลี่ยนไป ความเจริญทำให้วัฒนธรรมแปลี่ยนแปลงนั้นต้องถามกันตรงๆ ว่ามาเที่ยวเชียงคานกี่ครั้ง มาครั้งแรกเมื่อไหร่ และเห็นอะไรในเมืองริมแม่น้ำโขงแห่งนี้บ้าง เห็นในที่นี้หมายถึงเห้นในมิติลึกๆ ไม่ใช่ก่นด่าเอาสนุกปากและคิดว่าสิ่งที่พ่นออกไปนั้นเท่ สำหรับผมในฐานะตัวแทนเวปและเพจ khobjaithailand (ขอบใจไทยแลนด์) ต้องบอกว่าผมมาเที่ยวเชียงคานเกือบ 20 ปีแล้ว มาครั้งแรกก็ตรึงใจ จำได้ว่าที่พักมีอยู่ไม่กี่แห่ง ร้านอาหารสองสามร้าน บรรยากาศเงียบสงบ บนถนนสายเก่าที่เราเรียกว่าถนนคนเดินมีร้านขายของที่ระลึกจากชาวบ้าน เช่น ผ้าห่มซึ่งเป็นอาชีพที่คนเชียงคานทำมาช้านาน ยิ่งช่วงเย็นย่ำค่ำลงยิ่งประทับใจ วันนั้นผมนั่งอยู่ริมระเบียงชั้นสองของ “เรือนแรมลูกไม้” นั่งมองภาพคนเชียงคานกินข้าวเย็นอยู่ในบ้าน มองคนเฒ่าคนแก่ใส่ผ้าซิ่นสวมเสื้อคอกระเช้าพูดคุยกันจากระเบียงหนึ่งไปอีกระเบียงหนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องชีวิตประจำวันและเรื่องลูกหลานที่เข้าไปเรียนและทำงานในเมืองใหญ่  พอตกค่ำผมกับทีมงานออกไปนั่งกินเข้าริมโขงมองพระจันทร์เต็มดวงฉาบฉายสายน้ำ มีเสียงเพลงพิณแคนแผ่วเบาแว่วมาจากฝั่งลาว

นั่นคือภาพแรกๆ ที่ได้ไปสัมผัสเชียงคาน เป็นความรักแรกที่มีกับเชียงคาน เป็นรักแรกพบแบบพบแล้วรัก เวลาหมุนเวียนเปลี่ยนไปยังรักอยู่ไม่คลาย แม้เติบโตมีจริตมากขึ้นก็ยังรัก หลังจากนั้นก็มาเชียงคานอยู่เรื่อยๆ มาไม่บ่อยแต่ก็มา









อาคารที่พักเลียบริมโขง มีทั้งปรับปรุงใหม่และที่สร้างขึ้นใหม่


วันนี้พระจันทร์เต็มดวงผมกลับมาหาเธออีกครั้งหลัง เป็นครั้งที่เชียงคานก้าวสู่เมืองท่องเที่ยวเต็มรูปแบบ มีร้านรวงและที่พักมากมายผุดโผล่ราวดอกเห็ด นี่คงเป็นเหตุทำให้นักท่องเที่ยวบางคนบ่นก่นด่า หาว่าการท่องเที่ยวทำให้วัฒนธรรมแถบนี้เสื่อมลง (ได้ยินขณะแกว่งเท้าไปหยุดยืนอยู่หน้าร้านขายเสื้อผ้า) อยากบอกว่าเรื่องวัฒนธรรมคงต้องเข้าใจกันใหม่ ถ้าแปลกันตรงๆ “วัฒนธรรม” หมายถึง “ทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้นไว้เพื่อนำไปช่วยพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ในสังคม ช่วยแก้ปัญหาและช่วยสนองความต้องการของสังคม สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามยุคสมัย”







บรรยากาศริมโขงยามเช้า



หาดนางคอย




สนธยาที่หาดนางคอย


หากถามว่า “เชียงคานเปลี่ยนไปหรือเปล่า” ตอบว่า “เปลี่ยนจริง” แต่ทั้งนี้เชียงคานไม่ได้ทิ้งความเป็นเชียงคาน คนเชียงคานยังพูดอีสานอย่างที่เคยพูด ยังใส่บาตรข้าวเหนียวอย่างที่เคยทำ ผู้เฒ่าผู้แก่ยังทอทักรักการเย็บผ้าห่ม ที่สำคัญคนเชียงคายยังยึดขนบประเพณีที่มีมาเอาไว้อย่างเหนียวแน่น คนที่ไม่คุ้นเชียงคานอยากให้มาถึงแล้วแวะไปวัด ไปดูงานพุทธศิลป์ แวะไปดูกลุ่มไทดำที่อพยพมาจากตอนเหนือของลาวและเวียดนาม แวะไปดูสายน้ำโขงรินไหลในมุมสูงจากภูทอก จะดีมากหากแวะมาในช่วงที่มีงานประเพณี แล้วจะรู้ว่าเชียงคานงามอย่างไร คือไม่ได้เปลี่ยนจนเสียทรงเสียอัตลักษณ์อย่างที่เข้าใจ สำหรับงานประเพณีที่น่าสนใจมีมากมาย เช่น งานสะเดาะเคราะห์ เป็นงานที่ผมชอบเพราะไม่ค่อยมีให้เห็นในพื้นที่อื่นของประเทศ หรือจะมาในช่วง "งานผีขนน้ำ" ก็งามและน่าสนใจไปอีกแบบหนึ่ง


เรือนหลังนี้เป็นบ้านเก่า ปัจจุบันรีโนเวททำเป็นที่พัก เป็นเรือนที่อยู่ในความทรงจำแสนดีเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว ทุกวันนี้ยังแอบมองด้งยความคิดถึง





ถนนคนเดินยามค่ำ

คืนนี้ผมดูพระจันทร์ริมโขงจนดึกดื่น เข้านอนแล้วตื่นแต่เช้าไปใส่บาตรข้าวเหนียว เดินทอดน่องไปตามทางเดินรินโขงสายแคบ เป็นทางเดินแคบที่กว้างใหญ่เพราะเห็นสายหมอกปกคลุมแม่น้ำโขง เห็นคนหาปลากู้อวนที่วางไว้ตั้งแต่เมื่อคืน เห็นรอยยิ้มและยินเสียงทักทายเป็นระยะตลอดทางเดิน เชียงคานยังเป็นเชียงคาน เชียงคานยังเป็นสาวงามสำหรับผมเสมอ แม้ว่าวันนี้เธอจะเขียนคิ้วทาปากก็ไม่เป็นไร ทำไงได้รักไปแล้ว รักแล้วรักเลย ฝากนักท่องเที่ยวถนอมเชียงคานแทนผมด้วย ผมเข้าใจดีว่าเชียงคานไม่ได้เป็นผู้หญิงคนเดียวที่เกิดมาเพื่อผม เธอเกิดมาเพื่อทุกคนที่รักเธอครับ

หมายเหตุ
- ช่วงนี้ที่ไหนก็ร้อน เชียงคานก็ร้อน ตอนกลางวัน (ออกแดด) ร้อนมาก แต่เชียงคานมีลมเย็นพัดผ่านมา ช่วงกลางคืนไปถึงรุ่งเช้าอากาศเย็นสบายครับ 
- ที่พักในเชียงคานมีให้เลือกตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพัน มีทั้งติดแม่น้ำและไม่ติด ที่พักหลายแห่งดีไซน์ได้ดีคือเหมาะกับชุมชน บางแห่งออกแบบเรียบง่าย ต้องลองเข้าไปเลือกว่าชอบแบบไหนและแบบไหนที่เหมาะกับเรา
- เชียงคานหน้าแล้ง บางช่วงน้ำลงริมตลิ่งกลายเป็นหาดทรายและหาดกรวด เล่นน้ำได้ทั้งวัน เช่น หาดนางคอย


 

Facebook Leave a Comment