24 ชั่วโมง+52 ภาพ ตลาด 100 ปี หัวตะเข้

พายุทราย พรายทะเล / 22/02/2018 16:21:34

"หััวตะเข้" คือ?
"หัวตะเข้" อยู่ที่ไหน? จังหวัดอะไร?
ด้วยความเคารพ "หัวตะเข้" เป็นชุมชนเก่าแก่ริมคลองประเวศน์ อยู่ในเขตลาดกระบัง กทม. แค่นี้เองครับ


อาทิตย์ยามเช้ากับสายหมอกบางๆ บนคลองประเวศน์ ชุนชนคนหัวตะเข้




พระสงฆ์ออกบิณฑบาตร มีทั้งพระพายเรือ (ทางน้ำ) และเดินเท้า (ทางบก) ทางอากาศไม่มี




คนไปทำงานออกจากบ้านตั้งแต่เช้า มีทั้งทางบกและทางน้ำ บางคนใช้เรือ มอเตอร์ไซค์ จักรยาน เป็นยานพาหนะ ส่วนบางคนเดินไปต่อรถประจำทางหรือรถรับจ้าง รวมถึงรถไฟด้วย






ชาวบ้านบางคนไม่ไปไหน หว่านแหหาปลาอยู่แถวนั้น


อาคารริมน้ำของชมชนหัวตะเข้มีทั้งอาคารเก่าและใหม่ผสมอยู่ในเนื้อเดียวกัน ที่เป็นเช่นนั้นเพราะเคยเกิดเหตุไฟไหม้ตลาดหัวตะเข้เมื่อ 10 กว่าปีก่อน ทำให้ต้องสร้างบ้านขึ้นมาใหม่


















นอกจากเป็นบ้านเรือนในวิถีเดิม ปัจจุบันเพิ่มเติมร้านอาหาร ร้านกาแฟและเกสเฮ้าสต์เข้าไปด้วย








การตกแต่งร้านอาหารและที่พักมีความทันสมัยมากขึ้นแต่ไม่ถึงกับหลุดออกจากความเป็นตลาด 100 ปีหัวตะเข้ จะเรียกว่าเป็น Contemporary ก็ได้




ห้องนอนเรียบง่ายของ "สี่แยกหัวตะเข้" สงบงาม ดีไซน์ได้ดี มีทั้งแบบเตียงคู่และเตียงเดี่ยว มีระเบียงริมน้ำ ราคาประมาณ 700-1.000 บาท มีอาหารเช้า


โต๊ะทำงานภายในห้องนอนสี่แยกหัวตะเข้ ชื่อ "สี่แยกหัวตะเข้" มาจากตัวร้านอาหารและที่พักเป็นอาคารไม้สองชั้นตั้งอยู่ตรงสี่แยกทางน้ำ จุดตัดระหว่างคลองลำปะทิวกับคลองประเวศน์


พื้นที่พักผ่อนบนระเบียงสี่แยกหัวตะเข้ เป็นมุมที่เยี่ยมมาก (มากกว่าชิล) คือทำงานได้ นอนได้ เสพได้ ได้อะไรต่ออะไรหลายอย่างครับ


อ่างล้างหน้าบนระเบียงหน้าห้อง (ห้องน้ำเป็นแบบห้องน้ำรวม อยู่ด้านล่างของตัวบ้าน)




อาหารและขนมนมเนยมีให้เลือกทั้งแบบเก่าและใหม่ ทั้งทันสมัยและโบราณ เลือกกันตามสะดวกครับ


กล้วยปิ้งมีอยู่เจ้าเดียว รสดี ได้เลยครับ


ก๋วยเตี๋ยวเรือก็ได้นะ


ชุมชนคนหัวตะเข้นอกจากมีเรื่องราวแต่เก่าก่อน มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ยังมีงานศิลปะแซมแทรกอยู่อย่างลงตัว อันนี้อาจได้รับอิทธิพลจากวิทยาลัยช่างศิลป์ซึ่งย้ายมาจากสนามหลวงเมื่อหลายสิบปีก่อน ตอนนี้รั้วติดชิดชุมชนก็เลยมีงานอาร์ตรินไหลออกมารวมทั้งงานกราฟิตี้รอบๆ หัวตะเข้ด้วย


อยู่ที่ไหนก็มีในหลวง








สนใจเสื้อผ้าเฮนเมดแบบไทยๆ กันมั๊ย "ป้าสาหร่าย" ผู้เฒ่าในชุมชนตัดเองเย็บเอง ขายไม่แพงครับ


อันนี้คงไม่ตั้งใจเป็นอาร์ต แต่เสือกอยู่กับเขาได้ด้วย เออ เอากับมันดิ


ลูกกรงเหล็กเส้นกลมกลึงแบบนี้เป็นลูกกรงยุคเก่าหาดูไม่ง่ายครับ


มีป้ายบอกทางเป็นระยะ ไปง่าย เดินง่าย เดินเป็นวงกลม  ไม่น่าหลงทาง ยกเว้นหลงรัก


ออกเดินเท้าก้าวเดินทาง หัวตะเข้มีเงาความสุขรอเราอยู่


อาคารไม้ 2 ชั้นทางด้านซ้ายเป็นหอพัก ผมว่าเป็นหอพักเท่ที่สุดแห่งหนึ่ง


บางสิ่งที่เสื่อมสลายไปตามกาลเวลาเราก็ได้แต่มองด้วยความชื่นชม ขื่นขม และเสียดาย (ไม่เอาบอกนะ ผมพร้อมรับ)


ชุมชนหัวตะเข้ไม่ได้มีแค่คลองประเวศน์ไหลผ่าน หากยังมีคลองลำปะทิวอยู่ทางด้านเหนือ คลองลำแขกอยู่ทางด้านใต้ เป็นชุมชนคนคลองจริงๆ 


เนื่องจากเป็นชุมชนคนคลองสิ่งที่ต้องพบเจอคือขยะ (ลอยน้ำมา) ดังนั้นจึงต้องส่งจิตอาสามาช่วยกัน เป็นจิตอาสาที่มาจากหลายฝ่าย เช่น คนหนุ่มสาวจากเวปอาสาเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรมการท่องเที่ยว กทม. คนในชุมชน รวมถึงนักศึกษาและนักท่องเที่ยวอีกส่วนหนึ่ง


การเข้าไปช่วยชุมชนคนหัวตะเข้เก็บขยะไม่ได้ทำเฉพาะทางน้ำนะครับ แต่ทำกันบนบกด้วย โดยแบ่งออกไปหลายสาย มีทั้งเดิน ขี่จักรยาน และมอเตอร์ไซค์ในพื้นที่ห่างออกไป


โดยปกติทาง กทม.มีเรือเก็บขยะทางน้ำอยู่แล้ว แต่ต้องช่วยกันหลายๆ ฝ่าย เพราะขยะบ้านเรามันเยอะเหลือเกิน


รอยยิ้มริมคลอง


สนธยา ณ คลองประเวศน์ หัวตะเข้  คลองสายนี้มีดีตรงได้เห็นอาทิตย์ขึ้นและตกบนคลองสายเดียว  การมานอนค้างคืนที่นี่จึงก่อประโยชน์ทั้งในเรื่องศึกษาบทวิถีจากอดีตถึงปัจจุบัน สัมผัสงานศิลปะ กินอาหารและถ่ายภาพ ต้องสารภาพว่าชอบหัวตะเข้ครับ




เดินทางมาเยือนหัวตะเข้ ใช้รถไฟได้นะครับ วันที่ผมไปซื้อตั๋วราคา 7 บาท นั่งจากหัวลำโพงมาถึงหัวตะเข้ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นเดินต่ออีกนิดหน่อยก็ถึงชุมชน



คลองประเวศน์ชื่อเต็มเรียกคลองประเวศน์บุรีรมย์ เป็นคลองขุด ขุดขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ขุดเชื่อมระหว่างคลองพระโขนงกับแม่น้ำบางปะกง มีระยะทางประมาณ 46 กิโลเมตร ระหว่างทางจากพระโขนงมาหัวตะเข้ มีคลองซอยที่สำคัญอีกสี่สายคือคลองหนึ่ง คลองสอง คลองสาม คลองสี่

สมัย 40 กว่าปีที่แล้วคลองสายนี้เคยเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางน้ำ ในวันหยุดช่วงเสาร์อาทิตย์มีเรือท่องเที่ยวของฝรั่งเป็นเรือขนาดใหญ่แบบเรือข้ามฝากแม่น้ำเจ้าพระยามาจากพระโขนงสิ้นสุดที่หัวตะเข้ สมัยนั้นผมเป็นเด็กมาอาศัยอยู่กับตา (บุญชู ปาลกวงศ์ ณ อยุธยา) ในช่วงปิดเทอมใหญ่และได้บวชเณรที่วัดสอง วัดสังฆราชา (บ้านตาอยู่คลองสอง) พวกเราเด็กๆ จะว่ายน้ำไปเกาะเรือท่องเที่ยว ฝรั่งเห็นชอบอกชอบใจให้ขนมบ้าง สตางค์บ้าง เป็นที่สนุกสนานเฮฮา และนั่นคือช่วงเวลาที่ผ่านมานานมาก เป็นช่วงเวลาหนึ่งที่มีโอกาสที่สนิทสนมกับคลองสายนี้และยังได้มีโอกาสไปเที่ยวตลาดหัวตะเข้ครั้งหนึ่งซึ่งผมแทบจำความไม่ได้แล้ว การได้เข้ามาทำกิจกรรมเก็บขยะกับกลุ่มจิตอาสาและได้มานอนค้างคืนจึงเป็นช่วงที่ทำให้ผมได้ระลึกถึงวันก่อนเก่าในยุคเยาว์วัย ยุคที่ลมหายใจยังบริสุทธิ์อยู่

ขอบคุณ
- ทุกหน่วยงานและจิตอาสาทุกท่านที่ร่วมแรงร่วมใจ ทำให้งานเก็บขยะหัวตะเข้ประสบความสำเร็จในที่สุด งานนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา คุณวีระศักดิ์ โคว้สุรัตน์ ท่านมาลงมือเก็บขยะแบบจริงจังด้วยตัวเอง รวมถึงอธิบดีกรมการท่องเที่ยวด้วย
- กลุ่มอาสาเที่ยวที่คิดโปรเจคต์และลงมือทำในทุกขั้นตอน




 

Facebook Leave a Comment