LHONG 1919 HERITSGE AT HEART

พายุทราย พรายทะเล / 03/11/2017 16:59:26

ฝั่งธนมากมนต์ขลัง
ท่าเรือกลไฟของตระกูลหวั่งหลี กลับมามีตัวตน มีชีวิต หลังจากซุ่มบูรณะอยู่นาน วันนี้พร้อมให้ประชาชนเข้าไปค้นหาคุณค่าความงามของงานสถาปัตยกรรม จิตรกรรม ในลักษณะการผสมผสานสิ่งใหม่ที่มีความทันสมัยเข้าไปในเนื้องานแบบจีนโบราณ และนี่คือ "ล้ง 1919" แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา




ตัวอาคารมองจากด้านนอก 


จิตรกรรมฝาผนังรูปเจ้าแม่หม่าโจว



เมื่อตอนต้นปีผมกับพรรคพวกมีโอกาสเดินเท้าก้าวย่างเข้ามาดูอาคารเก่าแก่ของตระกูลหวั่งหลี “ฮวย จุ่ง ล้ง” ซึ่งเป็นอาคารชุดแบบจีน เป็นอาคารก่ออิฐถือปูนครึ่งตึกครึ่งไม้แบบ “ซาน เหอ ย่วน” เป็นการออกแบบวางผังอาคารแบบจีนโบราณ ลักษณะอาคาร 3 หลังเชื่อมต่อกัน 3 ด้าน วางเป็นแปลนรูปทรงตัว U มีพื้นที่ว่างตรงกลาง ทำเป็นลานอเนกประสงค์ ตอนนั้นเขากำลังบูรณะเพื่อฟื้นคืนชีวิตให้อาคารเก่าที่มีอายุร้อยกว่าปี ตอนเข้ามาดูผมนึกไม่ออกว่าเขาจะบูรณะให้ออกมาเป็นยังไง ก็ได้แต่ภาวนาให้เขาคงความเป็นตัวตนแบบดิบเดิมไว้ให้มากที่สุด


อาคารชั้นล่าง


ไม่น่าเชื่อ การออกแบบช่องประตูหน้าต่างของชสถาปนิกเมื่อร้อยกว่าปีก่อนนั้นทันสมัยมาก


เสาขนาดใหญ่รองรับน้ำหนักอาคารชั้นสองมาร้อยกว่าปี


 

เมื่อวาน (2 พฤศจิกายน 2560)  เป็นวันเปิดตัวแหล่งท่องเที่ยวแนว Heritage “ล้ง 1919”  ชื่อที่สืบความหมายจาก “ฮวย จุ่ง ล้ง” หรือ “ท่าเรือกลไฟ”  ผมมีโอกาสเข้าไปชมในช่วงบ่าย ส่วนช่วงเย็นมีงานเปิดตัว ล้ง 1919 ซึ่งเข้าใจว่าเป็นงานเปิดตัวที่ยิ่งใหญ่อลังการเพราะมีนางแบบมาร่วมงานมากถึง 48 คน รวมถึงผู้มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจ แฟชั่น ดารา นักร้อง อีกมากมายซึ่งผมจำได้ไม่หมด ผมไปถึงขณะเขากำลังซ้อมเดินแบบกันพอดี แต่งานนี้ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องอะไรกับแฟชั่น ไปเดินดูอาคาร แม้ไม่ค่อยสะดวกนักแต่ได้อรรถรสพอประมาณเพราะได้เห็นตั้งแต่ตอนแรกเริ่ม (ยังไม่เสร็จ) กระทั่งเรียบร้อยสมบูรณ์ตามวัตถุประสงค์


อาคารชั้นบน


พื้นไม้ชั้นบนต้องนำวัสดุมาปูทับเพราะมีการจัดงานเปิดตัว เพื่อป้องกันความเสียหาย




ชั้นบน บริเวณกลางอาคาร วางตำแหน่งให้เป็นที่ประดิษฐานเจ้าแม่หม่าโจ้ว


เจ้าแม่หม่าโจ้ว


การบูรณะอาคารดังกล่าวเป็นไปตามที่ผมภาวนาคือสถาปนิกและมัณฑนากรไม่ได้เปลี่ยนอะไรนอกจากทำให้ดูดีมีชีวิตและสร้างเสริมความแข็งแรง อันนี้ต้องขอบคุณทางผู้บริหารโครงการด้วยเพราะในความเป็นจริงอาคารนี้มีค่ามากกว่าความเป็นบ้าน คือเป็นงานสถาปัตยกรรมที่ควรค่าต่อการศึกษาและเยี่ยมชม นอกจากตัวสถาปัตยกรรมดังกล่าวยังมีเรื่องราวของจิตรกรรมฝาผนังที่ปรากฏอยู่ตามกรอบหน้าต่างประตู นับเป็นงานจิตกรรมจีนที่ทรงค่ามีสีลีลาเฉพาะ รวมถึงรูปลักษณ์ที่งดงามมาก


งานจิตรกรรมฝาผนัง กรอบประตูหน้างต่าง ใช้กระจกใสบังเอาไว้เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำมือสมุษย์ แต่ไม่ได้ป้องกันอรรถรสความงามที่ได้รับ



หลังปรับเปลี่ยน อาคารเก่าแก่แห่งนี้ได้กลายเป็นร้านอาหาร ร้านเสื้อผ้า ร้านเฟอร์นิเจอร์ ที่ได้รวมไว้มากมาย เช่น ร้าน Karmakamet, ร้าน Lotus Arts de Vivre, ร้าน Neighbor, ร้าน AGO, ร้าน NINE Accessories, ร้าน San, ร้าน TAY The Selected Shop, ร้าน MINE CRAFTERIA, ร้าน Poungphet by BPC, ร้าน ROOM 5 D, ร้านนายห้าง, ร้านโรงสี, ร้านเพลินวาน พาณิชย์, ร้านลมโชย ฯลฯ พร้อมกันนี้ยังจัดให้มีที่นั่งพักผ่อนบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยาด้วย


โกดังเก็บสินค้ายังคงสภาพเดิม มีการรีโนเวทด้านในให้ทันสมัยเพื่อรองรับงานจัดเลี้ยง


อาคารสำนักงานเก่าปรับเปลี่ยนเป็นร้านอาหาร "ร้านโรงสี"




ทัศนียภาพภายในร้านโรงสี


ระเบียงไม้เก่า (ลูกแก้ว) นำมาใช้ประโยชน์ในการตกแต่งร้าน รวมถึงกระเบื้องมุงหลังคาด้วย (ด้านในสุดนำมาประดับผนัง)


 

นอกจากร้านรวงทันสมัย สิ่งสำคัญที่ต้องกล่าวถึงแบบขาดเสียมิได้คือ “เจ้าแม่หม่าโจ้ว” หรือ MAZU ที่ประดิษฐานอยู่คู่ “ฮวย จุ่ง ล้ง” มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งในปี พ.ศ.2393 (ค.ศ.1850) สมัยรัชกาลที่ 4 จนถึงปัจจุบัน เจ้าแม่หม่าโจ้วมีทั้งหมด 3 ปาง ทั้ง 3 ปางเป็นองค์ที่ชาวจีนนำมาจากเมืองจีน เมื่อมาถึงเมืองไทยจึงอัญเชิญประดิษฐาน ณ ที่แห่งนี้ เจ้าแม่หม่าโจวอายุเก่าแก่มากกว่า 167 ปี เวลาคนจีนเดินทางจากโพ้นทะเลมาถึงฝั่งจะมากราบสักการะท่านเพื่อขอบคุณที่ช่วยให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ เมื่อเดินทางกลับไปประเทศจีนจะมากราบลาเจ้าแม่ที่นี่เช่นกัน “เจ้าแม่หม่าโจ้ว” จึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนจีนบนแผ่นดินสยาม


ท่าเรือกลไฟหวั่งหลี




ที่เห็นในภาพคือเหล่านางแบบหลายสัญชาติมาร่วมเดินแบบในวันเปิดงาน (2 พ.ย. 2560)


 

ผู้ที่สนใจงานสถาปัตยกรรมเก่ากับความใหม่ในสไตล์ Contemporary เข้าชมได้ทุกวัน "ล้ง 1919" เริ่มเปิดตั้งแต่ช่วงสายไปจนถึง 4 ทุ่ม ถ้าใครไปภายในวันอาทิตย์นี้ (5 พ.ย. 2560) ตอน 1 ทุ่ม  ทาง “ล้ง 1919” มีการสวดมนต์และบูชาเจ้าแม่หม่าโจ้วด้วยโคมไฟ ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมาช้านานครับ


ลานตรงกลางสนามทำเป็นที่กราบไหว้บูชาเจ้าแม่หม่าโจ้ว


งานตกแต่งภายใน "ร้านนายห้าง"


ภาพถ่ายทางอากาศมองเห็นทัศนียภาพโดยรวมชัดเจน ถนนทางด้านซ้ายคือถนนเชียงใหม่ ติดกันคือ ล้ง 1919

 

ล้ง 1919  ตั้งอยู่บริเวณสุดถนนเชียงใหม่ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับย่านตลาดน้อย - เยาวราช พระยาพิศาลศุภผล (ชื่น พิศาลบุตร) ต้นตระกูลพิศาลบุตร ซึ่งเป็นคนจีนที่เกิดบนแผ่นดินสยามสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2393 (ค.ศ.1850)  โดยบรรพบุรุษของท่านได้เดินทางจากเมืองจีน เข้ามาค้าขายและตั้งรกรากอยู่ในเมืองไทยตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ ท่าเรือกลไฟนี้มีพื้นที่ประมาณ 6 ไร่ พร้อมพื้นที่อาคาร 6,800 ตารางเมตร


(ซ้าย) คุณรุจิราภรณ์ หวั่งหลี ผู้บริหารโครงการ “ล้ง 1919” (LHONG 1919)  (ขวา) นายตัน ลิบ บ๊วย บรรพบุรุษตระกูล “หวั่งหลี”


 

หมายเหตุ
ท่าเรือ “ฮวย จุ่ง ล้ง” คือท่าเรือกลไฟ มีลักษณะเป็นเรือโดยสารหรือบรรทุกสินค้าที่ใช้ฟืนเป็นเชื้อเพลิง นิยมใช้แล่นในทะเลหรือมหาสมุทร ชาวจีนในอดีตใช้เดินทางเข้ามาค้าขายหรือย้ายถิ่นฐานมาตั้งรกรากที่สยามประเทศ และได้มาเทียบท่าเรือขึ้นฝั่งที่ท่าแห่งนี้ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งการค้าธุรกิจ โดยตัวอาคารท่าเรือเป็นร้านค้าและโกดังเก็บสินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ เช่น จีน สิงคโปร์ ฮ่องกง ฯลฯ

ต่อมาเมื่อการท่าเรือแห่งประเทศไทยเข้ามามีบทบาทในการค้ากับต่างชาติมากขึ้น ท่าเรือ “ฮวย จุ่ง ล้ง” ลดบทบาทลง ในปี พ.ศ. 2462 (ค.ศ.1919) ตระกูลหวั่งหลี โดยนาย ตัน ลิบ บ๊วย จึงได้เข้ามารับช่วงเป็นเจ้าของต่อจากตระกูลพิศาลบุตร และได้ปรับท่าเรือดังกล่าวให้กลายเป็นอาคารสำนักงาน โกดังเก็บสินค้าสำหรับกิจการการค้าด้านการเกษตรของตระกูลหวั่งหลีที่ขนส่งมาทางแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นที่อยู่อาศัยให้เช่าสำหรับพนักงานของตระกูลหวั่งหลี รวมถึงเก็บรักษาศาลเจ้าแม่หม่าโจ้ว (คลองสาน) ที่ประดิษฐานอยู่คู่กับท่าเรือ ฮวย จุ่ง ล้ง มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงปัจจุบัน


 

Facebook Leave a Comment