มหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุ วัดทุ่งเศรษฐี ขอนแก่น

ป.ปิตะรังษี / 10/05/2017 17:37:32

 

บนที่ดินว่างเปล่าชานเมืองขอนแก่น มหาเจดีย์ปรากฏขึ้น  พื้นที่ตรงนี้ถูกใครคนหนึ่งกำหนดว่าเป็นจุดสามโลกธาตุ คือสรวงสวรรค์ แดนมนุษย์ และบาดาลมาบรรจบพบกัน เป็นช่องทางสำคัญที่เหล่าเทวดาทั้งเบื้องบนและเบื้องล่างใช้เป็นที่สัญจรเพื่อมาพบปะกัน โดยมีโลกมนุษย์เป็นแดนกลาง

บันไดนาค มองเห็นยอดวิหารเจดีย์ประจำทิศอยู่ด้านหลัง

 ภูตน้อยดึงหางสิงห์

เจดีย์องค์นี้ถูกเรียกว่า “เจดีย์รัตนะ” หรือ "มหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุ" การก่อสร้างมหาเจดีย์ประกอบด้วยจุดมุ่งหมายสามประการ
1.สถาปนามหาเจดีย์เป็นพุทธบูชา และเพื่อเป็นที่ระลึกถึงมหาเจดีย์สำคัญสามองค์ในสามโลก คือ เจดีย์จุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ นาคเจดีย์ในนาคพิภพ และมหารัตนเจดีย์
2.เพื่อน้อมเอาบุญและคุณความดีในการสร้างมหารัตนเจดีย์ฯ ถวายแด่ในหลวงและราชวงศ์จักรี
3.ให้ประชาชนทั่วไปใช้เป็นนาบุญแห่งการทำกุศลบำเพ็ญคุณความดี

นั่นคือที่มาที่ไปในการสร้างมหาเจดีย์ฯ ที่ “หลวงตาย่ามแดง” ซึ่งเป็นโยมอุปฐากครูบาอาจารย์พระกรรมฐานสายวัดป่าภาคอีสานริเริ่มสร้างขึ้น

ลานมหาเจดีย์ฯ ปฏิมากรรม และวิหารเจดีย์ประจำทิศ 

วิหารเจดีย์ประจำทิศ


สำหรับบทความในที่นี้ขอกล่าวถึงส่วนงานสถาปัตยกรรมและงานพุทธศิลป์ ส่วนประวัติหลวงตาย่ามแดงสามารถค้นหาได้ในเอกสารจากทางวัดเพราะประวัติหลวงตาย่ามแดงกับจุดเริ่มในการสร้างวัดนั้นยาวอยู่พอสมควร ส่วนเรื่องพุทธศิลป์นำจุดที่น่าสนใจมากล่าวในบางส่วนเพราะรู้ไม่หมดและในบางส่วนยังสร้างไม่เสร็จครับ



จากทางเดินด้านหน้ามองเห็นองค์มหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุประดิษฐานอยู่กลางเกาะมีน้ำล้อมรอบคล้ายแปลนบารายในปราสาทเขมรโบราณ ทั้งสี่ทิศมีวิหารเจดีย์ประดิษฐานอยู่ตรงมุมสระ  รูปแบบองค์มหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุเป็นลักษณะผสมผสานไม่สามารถบ่งชี้ว่าเป็นพุทธลักษณะแบบใดได้ชัด หากพูดตามสายธารสถาปัตยกรรมต้องบอกว่าเป็นงานร่วมสมัยน่าจะใกล้เคียงที่สุดใน

สีที่นำมาใช้ส่วนใหญ่มีสีขาว เทา ดำ และทอง

จากทางเดินเข้าไปจะพบบันไดนาคอันเป็นปฏิมากรรมที่น่าสนใจตั้งแต่บทเริ่มต้น โดยรอบองค์มหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุมีปฏิมากรรมจากวรรณกรรมทางศาสนาเก่าแก่อื่นๆ อีกหลายรูป เช่น เด็กไว้ผมเปียมีหางเป็นปลาอันนี้ผมสันนิษฐานหรือจินตนาการในขั้นต้นว่าเป็น “มัจฉานุ” แต่ก็ไม่กล้าฟันธงว่าใช่ลูกชายหนุมานเพราะอาจจะเป็นจินตนาการซึ่งเป็นงานสร้างสรรค์หนึ่งของศิลปินผู้ออกแบบและปั้น แต่ภายหลังทราบว่าปฏิมากรรมตรงบันไดนี้มีเรื่องถึง 4 ส่วนเกี่ยวเนื่องกัน คือบันไดถูกกำหนดให้เป็นบันไดธาตุสี่ ประกอบด้วยภูตยุตสิงห์-สิงห์ซบมังกร-มังกรคาบนาค และทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนมีความหมายสำคัญในตัวเอง คือสิงห์หมายถึงดิน นาคหมายถึงน้ำ มังกรบินหมายถึงลม ภูติหมายถึงไฟ แต่งานปฏิมากรรมดินน้ำลมไฟมีหลายส่วนที่แปลกจากที่เคยเห็นหรือเคยได้ยิน เช่น ภูติเป็นเด็กมีเท้าเป็นกีบ หูแหลม ส่วนสิงห์ที่คุ้นเคยตามแบบสัตว์ในป่าหิมพานต์เปลี่ยนเป็นสิงโตอย่างฝรั่ง (เหมือนจริง)

ประตูทางเข้ามหารัตนเจดีย์ฯ เป็นบานไม้มะค่าขนาดใหญ่บุด้วยแผ่นเงินดุนลาย 12 นักษัตร

ส่วนภายในเจดีย์องค์ประธาน องค์กลางสร้างให้สูงโปร่ง ประตูทางเข้าทำจากไม้มะค่าดุนเงินรูป 12 นักษัตร ผนังส่วนหนึ่งเป็นกระจกแกะบอกเล่าเรื่องราวทางพุทธศาสนา ภายในประดิษฐานพระประธานสีดำทรงเครื่องใหญ่ ในขั้นต้นไม่กล้าสรุปว่าเป็นพระพุทธรูปในยุคใดเพราะคล้ายคลึงพระอวโลติเกศวรหรือพระพุทธรูปทรงเครื่องในต้นยุครัตนโกสินทร์ ส่วนเอกสารจากทางวัดบอกว่าเป็นพระนิลวรรโณศีโลกทรัพย์หรือหลวงปู่ดำ

ผนังมหารัตนเจดีย์เป็นกระจกแกะลายเกี่ยวกับเรื่องราวในพุทธศาสนา

เท่าที่สัมผัสสรุปในขั้นต้นว่ามหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุเป็นสถาปัตยกรรมแบบผสมผสานหรืออาจเรียกว่าร่วมสมัย ส่วนพุทธศิลป์นั้นผสมผสานอย่างเด่นชัด มีทั้งแบบไทย จีน ฝรั่ง แปลกตาจากที่เคยพบงานพุทธศิลป์บนแผ่นดินสยาม แต่ทั้งนี้ถ้าหันมามองในเชิงสร้างสรรค์จะรู้สึกว่าน่าติดตาม ที่น่าติดตามมาจากหลายสาเหตุ ดังนี้
1.งานทั้งหมดภายในวัดทุ่งเศรษฐียังไม่เสร็จสมบูรณ์
2.งานพุทธศิลป์เป็นงานที่ท้าทายความสามารถ ถ้าไม่ดีก็เละ ถ้าไม่เละก็ควรค่าแก่การยกย่อง
3.การวางแปลนน่าสนใจ


พระนีลวรรโณศีโลกทรัพย์หรือหลวงปู่ดำ

สรุปสุดท้ายเอาเป็นว่าขณะที่เราเข้าไปกราบสักการบูชามหารัตนเจดีย์ศรีไตรโลกธาตุทุกอย่างเข้าที่เข้าทางเป็นรูปร่างมองเห็นคอนเซ็ปต์ค่อนข้างชัด รูปแบบที่ผสมผสานอาจตอบคำถามผู้คนที่สนใจไม่ได้ในขั้นต้นอันเนื่องจากรูปแบบที่แปลกแตกต่างออกไปจากที่เคยคุ้น ระยะทางกับเวลาอาจช่วยทำให้เราเข้าในในความหมายนั้นๆ มากขึ้น และทาง khobjaithailand.com ต้องกลับไปกราบหลวงปู่ดำและติดตามงานอย่างต่อเนื่องเพื่อนำมาเสนออีกครั้งหนึ่งเพราะงานทั้งหมดยังไม่เสร็จสมบูรณ์ถึงขีดสุดอย่างที่หลวงตาย่ามแดงวางไว้ครับ


ปฏิมากรรมทางพุทธศาสนาภายในวัดทุ่งเศรษฐี



 

 

 

 

 

 

Facebook Leave a Comment