วัดบ้านถ้ำ กาญจนบุรี

ป.ปิตะรังษี / 04/05/2017 17:16:39

วัดถ้ำแฝด วัดถ้ำเสือ แล้วก็มีวัดอะไรในถ้ำอีกหลายสิบวัดให้เราเลือก เมืองกาญมีวัดในถ้ำมากมาย จะไปวัดไหนก่อนวัดไหนหลังต้องตั้งสติให้ดีเพราะบางทีขึ้นเขากันยาวเหยียด เจียดหายใจไม่ทันก็มี (พูดเล่น) และหนึ่งในวัดดังกล่าว (คราวนี้) ผมเลือกวัดบ้านถ้ำเป็นจุดหมายปลายทาง เลือกเพราะวัดบ้านถ้ำเป็นโบราณสถานสำคัญทางพุทธศาสนาที่เก่าแก่แห่งหนึ่งของจังหวัดกาญจนบุรี


องค์เจดีย์บนเขา มองจากด้านล่าง


อุโบสถประดิษฐานอยู่บริเวณพื้นราบด้านล่าง


พระพุทธรูปอวบอ้วนคล้ายพระสังกัจจายน์ แต่แต่งองค์ทรงเครื่อง


วัดบ้านถ้ำมีเนื้อที่ประมาณ 25 ไร่ 3 งาน 38 ตารางวา ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง กรมศิลปากรได้เข้ามาสำรวจวัดเก่าแห่งนี้ตั้งแต่ปี พ.ศ.2492 ซึ่งพระยาอนุมานราชธน อธิบดีกรมศิลปากรในขณะนั้น สันนิษฐานว่าเป็นวัดที่สร้างในสมัยสุโขทัยและสมัยอยุธยาติดต่อกันเพราะพระพุทธรูปที่เป็นพระประธานในถ้ำและใบพัทสีมาอุโบสถเก่าของวัดเป็นสมัยสุโขทัย ส่วนพระพุทธรูปหินทรายเป็นสมัยกรุงศรีอยุธยา ก็ว่ากันไปตามหลักฐานที่บ่งชี้ แต่เมื่อวันเวลาผ่านมาวัดวาอารามย่อมมีการปรับปรุงหรือเปลี่ยนแปลงบ้างเป็นธรรมดา


บันไดทางเดินจากพื้นราบด้านล่างขึ้นไปสู่ถ้ำมังกรและถ้ำหลวงพ่อใหญ่



ปากถ้ำมังกร


ปัจจุบันวัดบ้านถ้ำมีบันไดทางเดินขึ้นไปบนเขา เราอาจแบ่งตามเชิงชั้นได้เป็น 4 ส่วน คือพื้นราบล่างอันเป็นที่ประดิษฐานอุโสถ จุดที่สองคือถ้ำหลวงพ่อใหญ่ (เดินขึ้นบันบันไดผ่านเข้าไปในปากมังกร) จุดที่สามคือจุดพัก จุดนี้เป็นจุดชมวิว มองเห็นทัศนียภาพกว้างไกล 180 องศา มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ 3 องค์ ส่วนจุดที่สี่ซึ่งเป็นจุดสูงสุดประดิษฐานองค์เจดีย์สีทองสวยงามอร่ามตา โดยรอบองค์เจดีย์มีทวยเทพอยู่เคียงข้าง เช่น องค์พระพิฆเนศ (บริเวณจุดที่สี่กำลังอยู่ในช่วงก่อสร้าง วันที่เราเข้าไปยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดีครับ)


ภายในท้องมังกร





สุดปลายท้องมังกรมีพระพุทธรูปอยู่หน้าประตู (ออกไปสู่ปากถ้ำหลวงพ่อใหญ่)

สำหรับจุดไฮไลท์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดเห็นจะเป็นช่วงบันไดในท้องมังกรกับถ้ำหลวงพ่อใหญ่ บันไดท้องมังกรเป็นบันไดโค้ง กว้าง ไม่ชันมาก ผนังสองข้างเขียนประวัติประกอบภาพเล่าเรื่องประวัติวัดและเรื่องราวนางบัวคลี่ ภรรยาของขุนแผนตามตำนานอิงประวัติศาสตร์เรื่องขุนช้างขุนแผน


บันไดขึ้นสู่ถ้ำหลวงพ่อใหญ่


หลวงพ่อใหญ่หรือหลวงพ่อพุทธชินราช





ภายในโถงถ้ำหลวงพ่อใหญ่

ส่วนภายในถ้ำมีพระพุทธรูปหลวงพ่อใหญ่ชินราชและโบราณวัตถุ รวมถึงมีหินงอกหินย้อยในรูปลักษณะต่างๆ บางจุดมีลักษณะคล้ายผู้หญิง ซึ่งเชื่อกันว่าคือนางบัวคลี่ ถ้ำหลวงพ่อใหญ่เป็นโถงสูงโปร่งมีลมเย็นพัดผ่าน เมื่อขึ้นมาถึงบนนี้จะหายเหนื่อย ประชาชนส่วนใหญ่ขึ้นมากราบพระพุทธชินราชเสร็จแล้วก็ลงไปในทิศทางเดิม ไม่ค่อยมีใครก้าวย่างขึ้นไปต่อเพราะจากถ้ำหลวงพ่อใหญ่ต้องเดินไต่บันไดวนสูงชันขึ้นไป แต่ทั้งนี้เรายังเห็นคนแก่คนเฒ่าอายุอานามปริ่ม 70 ปี ก้าวเท้าขึ้นไปอย่างไม่ย่อท้อ สอบถามได้ความว่า "มาทั้งทีต้องไปให้ถึง ต้องขึ้นไปกราบองค์เจดีย์ให้ได้" เล่นเอาพวกเราที่กำลังท้อมีเรี่ยวแรงขึ้นมาทันที นับเป็นศรัทธาอันแรงกล้าที่หาไม่ง่ายในสังคมปัจจุบัน ทั้งนี้ยังสังเกตุเห็นว่าผู้เฒ่าเหล่านั้นมีลักษณะเป็นคนชนบทครับ


ทัศนียภาพแม่น้ำแม่กลอง ขุนเขา และตัวเมืองกาญจนบุรี


บนแม่น้ำแม่กลองบริเวณนี้นิยมเลี้ยงปลากระชัง



วัดบ้านถ้ำมองจากจุดชมวิวด้านบน

วัดบ้านถ้ำเป็นวัดที่น่าสนใจทั้งในแง่ประวัติศาสตร์และในแง่ศาสนา ที่สุดของการเดินครั้งนี้ผมยังให้ถ้ำหลวงพ่อใหญ่เป็นจุดที่สำคัญที่สุด น่าสัมผัสที่สุด ส่วนบนยอดเขาอันเป้นที่ประดิษฐานองค์เจดีย์ต้องรอให้เสร็จสมบูรณ์ก่อน ถ้าถึงเวลานั้นเราอาจให้คะแนนไปที่องค์เจดีย์ก็เป็นได้ครับ


องค์เจดีย์ด้านบนสุดอยู่ในช่วงเก็บงาน ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี






เหล่าทวยเทพบริเวณรอบองค์เจดีย์


หมายเหตุ
- การเดินขึ้นมาบนเขาในบริเวณวัดบ้านถ้ำ ควรมีร่างกายดี ไม่มีโรคประจำตัวโดยเฉพาะถ้ามาช่วงสายไปถึงบ่ายนั้นแดดแรงมาก ร่างกายเสียเหงื่อมากอาจมีผลกระทยต่อระบบหายใจและร่างกายได้ ช่วงเวลาที่น่าเดินคือช่วงเช้าและเย็น ช่วงนั้นอากาศเย็นสบาย เหนื่อยน้อยหน่อย ผมคิดว่าถ้าได้ขึ้นมาชมพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกบนนี้คงจะดีแต่อันนี้คงต้องขออนูญาติกันเป็นพิเศษเพราะทางวัดบ้านถ้ำเปิดให้นักท่องเที่ยวและประชาชนเยี่ยมชมและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกวันระหว่างเวลา 07.00 - 17.00 น.ครับ

#WalkingThailand


 

Facebook Leave a Comment