ไร่แม่ฟ้าหลวง

ป.ปิตะรังษี / 02/08/2016 16:18:40

อุทยานศิลปวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง เดิมชื่อ ไร่แม่ฟ้าหลวง เป็นที่ตั้งสำนักงาน มูลนิธิส่งเสริมผลผลิตชาวเขา เพื่อรับซื้อผลิตภัณฑ์ชาวเขา เช่น ผ้าปัก เครื่องประดับเงิน ต่อมาเมื่อมีโครงการผู้นำเยาวชนไร่แม่ฟ้าหลวง ไร่จึงเปลี่ยนเป็นที่พักของเยาวชนชาวเขาที่ต้องการเรียนหนังสือต่อในระดับสูงขึ้นในเมือง

ปัจจุบันนี้ ไร่แม่ฟ้าหลวงเป็นศูนย์รวมศิลปวัตถุของวัฒนธรรมล้านนา หรือวัฒนธรรมของคนไท (ชนกลุ่มน้อยทางภาคเหนือของไทย ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนหรือยูนาน ภาคตะวันออกของสหภาพเมียนมาร์ หรือในรัฐฉาน ภาคตะวันตกเฉียงเหนือของเวียดนาม และภาคตะวันตกของลาว) ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาค อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง สถานที่เก็บรักษางานพุทธศิลป์เก่าแก่ โบราณวัตถุอายุนับศตวรรษ สถาปัตยกรรมล้านนา ศิลปวัตถุรังสรรค์จากไม้สัก และให้ความรู้เกี่ยวกับมรดกล้านนาในปัจจุบัน 



บึงน้ำหน้าหอคำขุ่นแดงไปบ้างเพราะอยู่ในช่วงต้นฝน

บนพื้นที่ 150 ไร่ของอุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวงประกอบด้วยสถานที่ที่น่าสนใจมากมาย อาทิ เช่น หอคำ หอคำน้อย หอแก้ว ลานพระรูปปั้นแม่ฟ้าหลวง ศาลาแก้ว ภูมิทัศน์อุทยานศิลปวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง



บึงบัวกับหอคำ หอไม้อันงามสง่าเป็นสถาปัตยกรรมแบบไทเขิน

หอคำ ณ อุทยานศิลปะวัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง เป็นสถาปัตยกรรมล้านนาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากวัดปงสนุก อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง รูปทรงอาคารสอบเข้าตามลักษณะเรือนล้านนาโบราณ หลังคาแป้นเกล็ดเป็นแผ่นไม้สักกว้างประมาณ 4 นิ้ว วางซ้อนเหลื่อมแทนแผ่นกระเบื้อง ลวดลายประดับได้มาจากจังหวัดอุตรดิตถ์ ช่างพื้นบ้านผู้ก่อสร้างจากจังหวัดเชียงรายและแพร่ ช่างแกะสลักจากเชียงใหม่และลำพูน ไม้นานาชนิดที่ใช้ก่อสร้างมาจากองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ (อ.อ.ป.) รวมกับไม้จากบ้านเก่า 32 หลังในจังหวัดเชียงราย ชาวเชียงรายร่วมใจสร้างหอคำแห่งนี้ถวายเป็นเครื่องไหว้สาแม่ฟ้าหลวง ในโอกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา เมื่อปีพุทธศักราช 2527 (คริสต์ศักราช 1984)



บันไดทางขึ้นหอคำเรียงรายด้วยประติมากรรมช้างหมอบ


ภายในเป็นที่เก็บรวบรวมศิลปวัตถุและงานพุทธศิลป์ มีทั้งพระพุทธรูปแบบล้านนา พม่า และเครื่องใช้พื้นบ้านในชีวิตประจำวัน รวมถึงเครื่องไม้แกะสลักที่ใช้ในการพระศาสนา เช่น ตุงกระด้างหรือตุงหรือธงไม้ ขันดอกหรือภาชนะใส่ดอกไม้ธูปเทียนบูชาพระ เครื่องสัตภัณฑ์หรือเชิงเทียนไม้เก่าแก่ที่ใช้ตั้งถวายบูชาหน้าพระประธานในวิหารหรืออุโบสถของวัดทางภาคเหนือ แต่เมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้นวัดวาอารามเก่าแก่หลายแห่งถูกรื้อลง เพื่อสร้างขึ้นใหม่ตามแบบสมัยนิยม สัตภัณฑ์ก็ได้ถูกยักย้ายถ่ายเทไปตามที่ต่างๆและขาดผู้สนใจ  สัตภัณฑ์ในไร่แม่ฟ้าหลวงมีการแบ่งเป็นจังหวัดต่างๆในล้านนา ซึ่งแต่ละจังหวัดต่างก็มีศิลปะเฉพาะของสัตภัณฑ์แตกต่างกันออกไป โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้รวบรวมมาเพื่ออนุรักษ์ไว้ให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาและเกิดความภาคภูมิใจ นอกจากนี้ยังมีผู้บริจาคสมทบอีกเป็นจำนวนมาก เครื่องสัตภัณฑ์ทุกชิ้นที่จัดแสดงจะมีป้ายชื่อและแหล่งที่มากำกับ เช่น เทพทิพย์ สัตภัณฑ์อย่างสันกำแพง ช้างแก้ว สัตภัณฑ์อย่างหริภุญไชย บัวร้อยดอก สัตภัณฑ์อย่างเขมรัฐและสุคนธประทีป สัตภัณฑ์อย่างนันทบุรี


ภาพมุมกว้างภายในหอคำ (ไม่อนุญาติให้บันทึกภาพ)


​ใจกลางหอคำมีไม้ลำต้นใหญ่ปักห่างกันประมาณหนึ่งฟุต บนพื้นที่ปูด้วยทราย ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์สำคัญ คือ "พระพร้าโต้" ลักษณะเป็นพระพุทธรูปไม้สักที่ใช้มีดโต้เป็นเครื่องแกะสลักอย่างสง่างาม จากอ.ลอง จ.แพร่ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2236 โดยฝีมือช่างพื้นบ้าน ส่วนบริเวณรอบอาคารภายนอกเป็นที่จัดแสดงวัตถุไม้สลักรูปต่าง ๆ 


พระพราโต้ ประดิษฐานบนแท่นไม้แบบเสาเดี่ยวกลางหอคำ


หอคำเป็นคำเรียกที่ประทับของเจ้าผู้ครองนครของคนไทยหลายกลุ่มหลายเมืองในบริเวณภาคเหนือในเขตล้านนา เช่น คนไทเขินในเมืองเชียงตุง คนไทใหญ่ในเมืองไทย รัฐฉานของพม่า มีคำเรียกทั้งหอคำและหอเจ้าฟ้า ในขณะที่คนไทยในสยาม ใช้คำว่าพระราชวังหรือพระบรมมหาราชวัง เป็นสถานที่ที่ใช้ในการบริหารราชกิจ และประกอบพิธีกรรม หอคำสำคัญในภาคเหนือพบที่เมืองเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ และเมืองน่าน เป็นต้น


พระประธานแบบพม่าแวดล้อมด้วยพระบริวารและเหล่าเทวดาภายในหอคำ เป็นการจัดวางได้ดีมาก เกิดเป็นเรื่องราวน่าสนใจและน่ามองเป็นที่สุด เหมือนการจัดวางแบบงานศิลปะสมัยใหม่เลย


หอคำยังเป็นคำเรียกพระนามเจ้าผู้ครองนคร เช่น สมเด็จพระเป็นเจ้าหอคำลคอน (ลำปาง) เจ้าฟ้าของรัฐต่างๆ ในเขตฉาน คนไทเขินหรือไทใหญ่ ก็มีคำว่าเจ้าหอคำ ขุนหอคำ ทำนองเดียวกับที่อยุธยามีพระเจ้าปราสาททอง 


 สัตภัณฑ์วิจิตรบรรจง





สิงห์ไม้แกะสลักจัดวางอยู่ด้านหลังหอคำ


ทัศนียภาพสวนและหอคำน้อย


หอคำน้อย อยู่ทางทิศใต้ของหอคำ เป็นอาคารศิลาแลงหลังคาแป้นเกล็ดไม้สัก เป็นสถานที่เก็บภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนสีฝุ่นบนกระดานไม้สัก จากวัดเวียงต้า อำเภอลอง จังหวัดแพร่ สันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในช่วงรัชกาลที่ 5 มีนิทานพื้นบ้านซ่อนอยู่คือ “ก่ำก๋าดำ” แสดงความเป็นอยู่ การคลอดลูก ประเพณีการแข่งเรือ พิธีปลงศพแบบล้านนา การชักพระ บังสุกุล เป็นภาพยุคใกล้เคียงกับจิตรกรรมฝาผนังวัดภูมินทร์ จังหวัดน่าน ซึ่งเขียนสีปนผนังปูน สันนิษฐานว่าช่างเขียนเป็นชาวไทลื้อจากเชียงตุง ภาพเด่นภาพหนึ่งคือ หญิงล้านนานุ่งผ้าซิ่น ลวดลายผ้ายังคงพบเห็นได้ในปัจจุบัน เช่น ผ้าซิ่นเมืองลองร่องรอยน้ำฝนไหลเปื้อนบนภาพเหล่านี้ เกิดขึ้นในช่วงปฏิสังขรณ์วัด ในยุคที่แรงงานทางภาคเหนือออกไปทำมาหากินต่างถิ่น และส่งเงินกลับมาสร้างบ้านรวมทั้งบูรณะศาสนสถาน สถาปัตยกรรมล้านนาโบราณถูกรื้อถอนและโยกย้ายจำนวนมาก ส่วนน้อยหนึ่งได้นำมาเก็บรักษาไว้ ณ อุทยานศิลปะ วัฒนธรรมแม่ฟ้าหลวง (ภาพเขียนสีฝุ่นบนพื้นไม้สักในหอคำน้อย จิตรกรรมโบราณเป็นสมบัติล้ำค่าต้องเก็บรักษาอย่างดีภายใต้การควบคุมแสงและความชื้น)


ศาลพญานาคกลางสระน้ำ อยู่ด้านข้างหอคำน้อย


ศาลาแก้ว ศาลาขนาดใหญ่ริมน้ำ ใช้ทำกิจกรรมและจัดเลี้ยง


หอแก้ว (มองจากศาลาแก้ว)


หอแก้วเป็นอาคารจัดแสดงนิทรรศการถาวรเกี่ยวกับไม้สัก และนิทรรศการชั่วคราวอื่นๆ ที่หมุนเวียนกันไป
นิทรรศการเกี่ยวกับไม้สักแสดงให้เห็นถึงความผูกพันอันแนบแน่นของชาวเหนือที่มีต่อไม้สักในหลายมิติ ไม้สักนับเป็นทรัพยากรแผ่นดินที่มีค่ายิ่ง เครื่องใช้ไม้สอยในชีวิตประจำวันของชาวเหนือประกอบจากไม้สักเป็นส่วนสำคัญ นับแต่เครื่องมือทางการเกษตรอันเป็นอาชีพหลัก เครื่องเรือน ตลอดจนเครื่องครัวและเครื่องใช้ในการปั่นทอเครื่องนุ่งห่ม ทั้งนี้รวมไปถึงงานศิลปะอันวิจิตรต่างๆ ที่นำมาใช้ในการพระศาสนา เริ่มจากตัวอาคารของวัดวาอาราม เครื่องตกแต่ง และเครื่องใช้ในพิธีกรรมต่างๆ จนถึงองค์พระพุทธรูป นิทรรศการนี้มีความมุ่งหมายให้ผู้ชมตระหนักถึงคุณค่าอันพิเศษของไม้ชนิดนี้ ส่งเสริมให้มีการเพาะปลูกและดูแลไม้สักสืบเนื่องต่อกันไป


ภายในหอแก้ว ตรงกลางเป็นสนามหญ้าบนลานกว้าง เปิดโล่งเพื่อให้ลมพัดผ่าน พร้อมกันนี้ยังนำพาแสงเข้าไปในอาคาร สร้างความโปร่งสบายให้ผู้มาชมงานศิลปะ


ภายในอาคารหอแก้วกว้างขวาง เพดานสูง เหมาะแก่การเดินชมงานศิลปะเป็นอย่างยิ่ง








คุณพ่อเรียน ทองชิว ได้สร้างโรงไม้สักทองลายดอกผักบุ้งในรูปแบบเรือนปราสาทมอญสำหรับงานศพคุณแม่หม่อง ทองชิว ผู้เป็นภริยา เสร็จงานแล้วลูกหลานมอบให้ไร่แม่ฟ้าหลวงเพื่อประโยชน์ต่อศึกษาต่อไป


โถงนี้จัดแสดงเกวียนและเครื่องมือเครื่องใช้ในการดำรงชีพ


นอกจากงานศิลปะเก่เก็บ ภายในหอแก้วยังมีส่วนหนึ่งจัดแสงดงานร่วมสมัย อาทิ งานดวงดาวและผ้าห่ม 


งานของศิลปินเอกแห่งสยาม อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี


นอกจากงานศิลปะกรรมล้ำค่าที่กล่าวมาแต่ข้างต้นภายในไร่แม่ฟ้าหลวงยังมีพระรูปปั้นแม่ฟ้าหลวง ประดิษฐานบนเนินในสนาม ระหว่างเส้นทางสู่หอคำน้อย พระอิริยาบถประทับบนก้อนหิน ฉลองพระองค์ชุดตำรวจตระเวนชายแดน (ต.ช.ด) ทรงพระมาลา เป็นภาพคุ้นตาราษฎรที่ได้เห็นสมเด็จพระบรมราชชนนีทรงฉลองพระองค์ทะมัดทะแมง เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรในพื้นที่ห่างไกลกันดาร เสด็จลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ราษฎรพากันขนานพระนาม “แม่ฟ้าหลวง”

พระรูปสัมฤทธิ์ (บรอนซ์) ขนาดเท่าครึ่งของพระองค์จริง เป็นผลงานของประติมากรหญิงคุณมิเซียม ยิบอินซอย ศิลปินชั้นเยี่ยมสาขาจิตรกรรม (พุทธศักราช 2494) คนแรกของประเทศไทย งานประติมากรรมสำคัญอีกชิ้นหนึ่งของคุณมิเซียม ชื่อ “ความต่อเนื่อง” ซึ่งเป็นรูปเด็กน้อยต่อตัวเป็นรูปพีระมิดตั้งอยู่ที่สวนแม่ฟ้าหลวงใกล้กับพระตำหนักดอยตุง


นอกจากการเรียนรู้เรื่องศิลปะ ภายในบริเวณพิ้นที่สวนยังสามารถศึกษาหาความรู้เรื่องต้นไม้ได้ด้วย คือทางไร่แม่ฟ้าหลวงได้จัดป้ายชื่อไว้ตามต้นไม้สำคัญๆ เกือบทุกต้น ไม่เว้นต้นไม้ในภูมิภาคอื่น


สรุปว่าภายในไร่แม่ฟ้าหลวงแห่งนี้มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ มีสบัติล้ำค่าอยู่มากมาย (เกินจะประเมินเป็นราคา) เป็นแหล่งเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมที่สืบมาแต่บรรพบุรุษ ที่สำคัญ เป็นแหล่งเรียนรู้งานศิลปะที่ดีมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองไทย สำหรับเรื่องที่บอกว่าคนไทยไม่ชอบเที่ยวพิพิธภัณฑ์นั้นอาจใช้ไม่ได้อีกต่อไปหากได้มาสัมผัสสถานที่แห่งนี้...ไร่แม่ฟ้าหลวง

อ้างอิง
- มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมป์

ขอขอบคุณ
- เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ต้อนรับและช่วยให้ข้อมูล

หมายเหตุ
- ภายในหอคำไม่อนุญาติบันทึกภาพ ที่เห็นคือการขออนุญาติเป็นกรณีพิเศษเพื่อเผยแพร่เป็นความรู้
- ภายในหอคำน้อยไม่เปิดให้เข้าชม สามารถชมอาคารได้เฉพาะภายนอก
- ไร่แม่ฟ้าหลวง ตั้งอยู่ที่ 313 หมู่ 7 อ.เมือง จ.เชียงราย

 

 

 

 

 


 

 


                
 
   
     
   
                
 
    

    

 


 



 

Facebook Leave a Comment