อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล

ป.ปิตะรังษี / 04/06/2016 15:17:30

อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล

วิหารสูงใหญ่มองเห็นยอดแหลมสูงเสียดแทงสู่ฟ้ากว้าง แม้คืนค่ำหลังอาทิตย์ตกไปแล้วยังเห็นเงาบุญปรากฏอยู่ตลอดทั้งคืน วิหารแห่งนี้เป็นที่รวมใจของคริสตศาสนิกชนริมฝั่งแม่น้ำจันทรบูรณ์มานาน นานจนกลายเป็นสัญลักษณ์ชุมชน เป็นที่พึ่งทางจิตใจให้ผู้รุ่มร้อนในวิถีในเดินเข้ามาพบความสงบงามตามเส้นทางของพระคริสต์ เป็นที่สงบจิตเพื่อดำดิ่งสู่โลกแห่งความเป็นไปในเส้นทางธรรม และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง วิหารแห่งนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ทางสถาปัตยกรรมที่กล่าวขานถึงรูปแบบโกธิคสไตล์ เป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้ชื่นชอบงานสถาปัตยกรรม ไม่ว่าจะเป็นนักศึกษาหรือประชาชนทั่วไปล้วนชื่นชมสถาปัตยกรรมชิ้นนี้กันทั้งนั้น


01


02

อาสนวิหารพระนางมารีอา มีประวัติความเป็นมาเหยียดยาวเริ่มตั้งแต่กลุ่มคาทอลิกชาวญวณจำนวน 130 คน อพยพหนีภัยมาจากประเทศเวียดนาม มาอาศัยอยู่ริมแม่น้ำจันทบุรี(ประมาณปีพ.ศ. 2254 สมัยพระเจ้าท้ายสระ สมัยปลายกรุงศรีอยุธยา) โดยพระสังฆราชบีออง เดอ ซีเซ ได้มอบหมายให้บาทหลวงเฮิ๊ตเป็นผู้ดูแลกลุ่มคริสตชนนี้


03


หนึ่งปีต่อมา บาทหลวงเฮิ๊ตได้เริ่มสร้างวัดริมฝั่งน้ำครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ. 2255 ต่อมาเกิดปัญหาขึ้นในหมู่บ้าน ชาวบ้านจำนวนหนึ่งถูกส่งไปอยู่ที่กรุงศรีอยุธยา วัดหลังแรกจึงร้างลง


04

เวลาผ่านไปถึงปีพ.ศ.2295 บาทหลวงเดอกัวนา ได้รวบรวมคริสตชนที่กระจัดกระจายมารวมอยู่ที่เดิมแล้วสร้างวัดหลังที่ 2 ขึ้น โดยใช้ไม้กระดานกับไม้ไผ่ มุงหลังคาด้วยใบตาล


05

ปีพ.ศ.2377 บาทหลวงมัททธีอัลโด เจ้าอาวาสกับบาทหลวงเคลมังโซ่ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสได้ร่วมกันสร้างวัดหลังที่ 3 โดยย้ายข้ามฝั่งตะวันออกของฝั่งแม่น้ำ  อันเป็นสถานที่ตั้งวัดหลังปัจจุบัน

วัดหลังที่ 4 เริ่มในปีพ.ศ. 2398 วัดหลังนี้มีลักษณะเป็นอาคารถาวรกว่าทุกหลังเพราะใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 21 ปี โดยผู้ที่สนับสนุนให้สร้างคือพระสังฆราชปัลเลอกัวซ์


06


07


สำหรับวัดหลังปัจจุบันหรือวัดหลังที่ 5ก่อร่างสร้างตนขึ้นในในปีพ.ศ. 2449 โดยพระสังฆราชเวย์ ได้ให้บาทหลวงเปรีกาล มาเป็นเจ้าอาวาสลงมือสร้างวัดใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิมเพื่อรองรับสัตตบุรุษที่เพิ่มขึ้นเป็น 2,400 คน ลักษณะอาคาร เป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ประดับลวดลายปูนปั้นแบบสถาปัตยกรรมโกธิค ลักษณะเด่นที่หอคอยสูงกระหนาบอยู่สองข้าง หอคอยด้านหนึ่งเป็นหอนาฬิกา ภายในเป็นโถงสูง มีทางเดินเป็นชั้นลอยอยู่ทั้งสองข้าง ตัววัดกว้าง 20 ยาว 60 เมตร พื้นปูหินอ่อน มีการยกส่วนพิธีกรรมสูงจากพื้น หน้าต่างประตูประดับกระจกสีแบบ Stain Glass รูปทรงโค้งแหลมแบบโกธิค เป็นโบสถ์คาทอลิคที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย


08


09


อาสนวิหารพระนางมารีอานั้นไม่ได้มีแค่ความสำคัญทางศาสนา หากวิหารนี้ยังบอกกล่าวเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และงานสถาปัตยกรรม อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมลเป็นศาสนสถานเก่าแก่ตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยา เป็นศาสนสถานที่ควรได้รับการเคารพยกย่อง ควรช่วยกันดูแลรักษา เพราะอาสนวิหารพระนางมารีอาคือแหล่งศึกษาหาความรู้จากคนที่สนใจศึกษาศาสนาสถาปัตย์ เหมือนกับทางสมาคมสถาปนิกสยามที่เห็นความสำคัญมอบรางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น ประจำปี 2542 ให้แก่อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล และนี่คือความสำคัญล้ำค่าเห็นว่าควรอยู่เคียงข้างชุมชนคนจันทบูรีสืบไป


10


11


12


หมายเหตุ
- บทความชิ้นนี้เคยตีพิมพ์เผยแพร่ในนิตยสาร THAILAND HOME&RESORT

บรรยายภาพ
1.ทัศนียภาพสถาปัตยกรรมอาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล ในสไตล์โกธิค
2.ปฏิมากรรมพระแม่มารีอา (ด้านหน้าวิหาร) ในช่วงสนธนยา
3.ปฏิมากรรมพระแม่มารีอาประดิษฐานอยู่ด้านหน้าวิหารโดยหันหน้าไปทางชุมชนเก่าแก่ริมแม่น้ำจันทบุรี
4.หน้าจั่ววงโค้งประดับกระจกสีแบบโกธิค
5.ทัศนียภาพสะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรี มองเห็นยอดอาสนวิหารพระนางมารีอา
6.ทัศนียภาพภายในวิหารศักดิ์สิทธิ์ ใช้เก้าอี้ไม้ตัวยาววางบนพื้นคอนกรีต ใช้สำหรับพิธีกรรมทั่วๆ ไป
7.อาสนะหินอ่อนเป็นที่ประกอบพิธีกรรมในส่วนของพระหรือบาทหลวง
8.ผนังวิหารเพ้นท์ลวดลายกับรูปบุคคลสำคัญทางศาสนา
9.ปฏิมากรรมแม่พระประดับพลอยภายใต้ซุ้มไม้สีทองในพระวิหาร
10.ระเบียงชั้นสองมีลายลูกกรงแบบหน้าต่างยอดแหลม เป็นการออกแบบที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน
11.หน้าต่างด้านนอกมีลักษณะโค้งแหลมซ้อนกันสองชั้น
12.ปฏิมากรรมเทวดากับอ่างน้ำรูปหอยตามความเชื่อในคริสต์ศาสนา

 

Facebook Leave a Comment