วัดพุหว้า กาญจนบุรี

ป.ปิตะรังษี / 07/04/2016 09:42:56

พุทธศิลป์กลางป่ากับศรัทธาร่วมสมัย

01

เป็นที่ทราบดีว่าจังหวัดกาญจนบุรีเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เต็มไปด้วยธรรมชาติซึ่งประกอบไปด้วยแม่น้ำ โถงถ้ำ เกาะแก่ง ทะเลสาบ น้ำตก และผืนป่า สภาพภูมิประเทศสูงๆ ต่ำ ไปตามลักษณะขุนเขา นอกจากเหมาะแก่การท่องเที่ยวยังเป็นเมืองที่พระสงฆ์ผู้แสวงบุญต่างหมุนเวียนเปลี่ยนเข้ามา บ้างปักกลดธุดงค์แล้วจากไป บ้างปักหลักสร้างสำนักสงฆ์และกลายเป็นวัดถาวรในเวลาต่อมา วัดในเมืองกาญมีทั้งเล็กและใหญ่ มีทั้งวัดในเมืองและในถ้ำ มีทั้งเรียบง่ายธรรมดาและวิจิตรตระการตา อันนี้แล้วแต่ไอเดียและความนิยมชมชอบ สำหรับงานศาสนาสถาปัตย์คราวนี้พาไปชมงานพุทธศิลป์กลางป่าซึ่งมีที่ไปที่มาที่น่าสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองกาญครับ


02

ที่แห่งนี้มีป่ารก ภูเขาสูงชัน เถื่อนถ้ำซ่อนตัวอยู่ในเขาหินปูน บนพื้นมีน้ำผุดมาจากใต้ธรณี บนธรณีมีต้นหว้าเรียงรายปกคลุมร่มครึ้ม เป็นที่โปรดปราณของวิหคนานาพันธุ์ชาวบ้านเรียกพื้นที่แห่งนี้ว่า “ถ้ำพุหว้า” (ถ้ำ+น้ำพุ+ต้นหว้า) และกลายเป็นวัดพุหว้าในเวลาต่อมา

วัดถ้ำพุหว้า ปรากฏหลักฐานแต่เดิมเคยเป็นสำนักสงฆ์มาก่อน คือเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วพระอาจารย์สุพจน์ ธมมรโต ได้ธุดงค์มาอาศัยปฏิบัติธรรมอยู่ในถ้ำพุหว้า กาลวันผ่านไปการธรรมะหางการปฏิบัติได้แผ่ขยายไปสู่ชาวบ้าน ถ้ำพุหว้ากลายเป็นสถานที่ปฏิบัติวิปัสนาที่พุทธศาสนิกชนเลื่อมใส กระทั่งได้ยกฐานะเป็นวัดในปี พ.ศ.2537 โดยเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ได้เมตตาตั้งชื่อวัดว่า “วัดถ้ำพุหว้าธรรมกายาราม”


03

วัดถ้ำพุหว้าเป็นวัดกลางป่า มีธรรมชาติโอบกอด มีบรรยากาศในการปลีกวิเวกมีเนื้อที่ทั้งหมดราว 200 ไร่ วัดถ้ำพุหว้ามีเอกลักษณ์โดดเด่นตรงที่ใช้ถ้ำแทนพระอุโบสถ พื้นที่ป่าเขามีต้นไม้น้อยใหญ่ปกคลุม พื้นที่บางส่วนทำเป็นอาคารหอประชุมสำหรับรองรับการอบรมปฏิบัติธรรมของนักเรียนนักศึกษาและผู้สนใจซึ่งหอประชุมหลังนี้จุคนได้ประมาณ 500-800 คน ล่าสุดท่านเจ้าอาวาสคืออธิการสุพจน์ ธมมรโต ได้สร้างซุ้มประตูทางเดินหน้าถ้ำ มีลักษณะคล้ายปรางค์ปราสาทศิลาทราย แบบปราสาทขอม

แรกเห็นซุ้มปรางค์ปราสาทก็ดูว่าคล้ายคลึงขอมโดยเฉพาะปฏิมากรรมรูปเคารพเทพเจ้าแบบขอมตั้งอยู่ด้านหน้านั้นโดดเด่นมาก ต่อเมื่อได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดจึงรู้ว่าซุ้มปราสามทนี้ได้ขอมมาเพียงกลิ่นไอเท่านั้น หาได้มีรายละเอียดอย่างที่เข้าใจ


04

ซุ้มประตูทางเข้าวางแปลนเป็นรูปกากบาท ตัวปรางค์ประตูยกพื้นสูง มีพื้นที่ว่างทั้งด้านซ้ายและขวา (เหมือนลานกว้างที่ล้อมรอบด้วยระเบียงแก้ว) ทางเดินด้านหน้ามุ่งพาไปสู้โถงถ้ำธรรมชาติที่อยู่ภายใน ก่อนถึงโถงกว้าง ตรงกลางมีปีกทางเดินซ้ายขวาพาไปหาพระพุทธรูปขนาดใหญ่ (จุดนี้ให้อารมณ์ทางเดินและตัวสถาปัตยกรรมแบบขอม) ส่วนตัวถ้ำเป็นโถงสูงโปร่งแบ่งออกเป็นเชิงชั้นลดระดับเป็นขั้นๆ (ความจริงโถงถ้ำมีเสียงสะท้อนไม่ทราบเหมือนกันว่าขณะสวดมนต์บูชาเสียงแห่งศรัทธาจะก้องกังวานขนาดไหน)มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ในหลายจุด


05

สำหรับตัวสถาปัตยกรรมใช้ปูนก่อ มีงานหินทรายเข้ามาเกี่ยวข้องบ้างบางส่วน รอบๆ ผิวผนังประดับลวดลายปูนปั้นแบบนูนสูง มีทั้งลายไทยและรูปพระพุทธเจ้า นอกจากนั้นยังมีสิ่งก่อสร้างอื่นๆ ปรากฏอยู่ ทางด้านซ้ายของปรางค์ซุ้มประตู คือศาลาไม้และพระพุทธรูปขนาดใหญ่


06

ศาลาไม้ระแนงมีรูปทรงออกไปทางโมเดิร์น เล่นเส้นสายแบบเรขาคณิต  ผนังสี่ด้านเปิดโล่งปล่อยให้ลมพัดผ่านโดยสะดวก ในศาลาประดิษฐานพระพุทธรูปสีทอง 2 องค์


07

ถัดจากศาลาไม้มีพระพุทธรูปองค์ใหญ่ สูงตระง่านง้ำเหนือป่าโปร่ง เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่มาก ขนาดฐานสูงท่วมหัวหลายเท่า ฐานองค์พระเป็นฐานซิเมนต์ ผนังประดับแผ่นหินอ่อนสีดำ ตามขอบฐานประดับลายปูนปั้น เสียดายบนแผ่นหินอ่อนสลักเพียงชื่อหรือรายนามผู้บริจาคเงิน ความจริงน่าจะเป็นคติธรรม เรื่องราวเกี่ยวกับศาสนา หรืออย่างน้อยเป็นประวัติวัดน่าจะก่อประโยชน์ต่อศาสนิกชนมากกว่า


08

วัดถ้ำพุหว้าเกิดจากพระรูปหนึ่งซึ่งศรัธทาความเงียบสงบของธรรมชาติ และเกิดจากปวงประชาศรัทธาในการปฏิบัติธรรมของพระรูปนั้นวันนี้วัดถ้ำพุหว้ามีสิ่งก่อสร้างที่งดงามเพิ่มขึ้น มีศิลปะเชิงช่างสอดแทรกมากขึ้น แต่สุดท้ายความหมายของวัดย่อมอยู่ที่การปฏิบัติธรรมตามคำสอนขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้า ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่วัตถุ ปรางค์ปราสาทซุ้มประตูจึงเป็นเพียงกุศโลบายในการดึงคนให้ใกล้วัดดั่งที่ท่านเจ้าอาวาสแจ้งไว้ว่า“การสร้างอุโบสถคลุมบริเวณหน้าถ้ำหรือทำเป็นซุ้มประตูทางเข้ามีลักษณะเป็นปรางค์ปราสาทศิลาทรายคล้ายศิลปะขอมเพื่อเป็นการเพิ่มความสง่างามและเป็นสถานที่สักการบูชาทางด้านพุทธศาสนาแล้ว ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่งเพื่อให้สาธุชนได้มีโอกาสเข้าถึงธรรมะไปพร้อมๆ กับการพักผ่อนหย่อนใจอีกด้วย”


09

อ้างอิง
- หนังสือก่อนไปวัด : ฉบับวัดถ้ำพุหว้า


10

หมายเหตุ
- วัดพุหว้าตั้งอยู่ที่ตำบลหนองหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี


11

บรรยายภาพ
1.-2.อุโบสถคลุมบริเวณหน้าถ้ำหรือทำเป็นซุ้มประตูทางเข้ามีลักษณะเป็นปรางค์ปราสาทศิลาทรายคล้ายศิลปะขอมผนังปรางค์ปราสาทประดับด้วยลายปูนปั้นและองค์พระพุทธรูปปรางต่างๆ
3.ปฏิมากรรมมหาเทพตามความเชื่อขอมโบราณ
4.ประฏิมากรรมพระพุทธรูปขนาดใหญ่ภายในวัด ประดิษฐานอยู่ทางด้านซ้ายสุดของปรางค์ซุ้มประตู
5.ศาลาไม้ระแนง หลังคาคลุมด้วยกระเบื้องสังเคราะห์แบบบิดงอได้
6.จากซุ้มประตูด้านหน้า ก่อนถึงปากถ้ำ มีทางแยกซ้ายขวา ด้านในสุดประดิษฐานปฏิมากรรมพระพุทธเจ้าปรางค์ลีลา ผนังทั้งสองด้านใช้หินเทียม ส่วนพื้นปูกระเบื้อง
7.จากทางเดินด้านหน้ามองเห็นองค์พระภายในถ้ำ
8.-10.งานปูนปั้นลายไทยและองค์พระแบบนูนสูง ประดับรอบปรางค์ปราสาทซุ้มประตู แต่จากการดูงานเข้าใจว่าเป็นการปั้นหรือหล่อมาจากที่อื่นแล้วนำมาติดประดับในภายหลัง ไม่ได้ปั้นสดแบบวัดไทยในอดีต
11.ทัศนียภาพภายในโถงถ้ำหรืออุโบสถธรรมชาติ

 

 

Facebook Leave a Comment